ประตูเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้านทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสวยงาม และการใช้งานในระยะยาว หลายบ้านมักเจอปัญหาประตูบวม ผุ พอง หรือเป็นรอยง่าย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกวัสดุไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่ใช้งาน
บทความนี้จะสรุป เทคนิคเลือกประตูอย่างถูกต้อง ทั้งเรื่องวัสดุ ความทนทาน และสไตล์โมเดิร์น อ่านจบเลือกประตูได้ดีขึ้นแน่นอน

1. เลือกประตูให้เหมาะกับ “พื้นที่ใช้งาน” คือสิ่งสำคัญที่สุด
แต่ละห้องมีสภาพแวดล้อมต่างกัน ความชื้นไม่เท่ากัน การใช้งานไม่เหมือนกัน การเลือกวัสดุต้องสัมพันธ์กับพื้นที่
✔ ห้องน้ำ
- ความชื้นสูง
- โดนน้ำโดยตรง
วัสดุที่เหมาะที่สุด: - ประตู UPVC
- ประตู PVC เกรดหนา
- ประตู อลูมิเนียม + กระจก
(ปลอดปลวก ไม่บวม ไม่ผุ)
✔ ห้องครัว
- มีความชื้นบ้าง
- อาจโดนไอน้ำหรือน้ำมัน
วัสดุแนะนำ: - UPVC
- ไม้สังเคราะห์
- อลูมิเนียมกระจก
- HDF เคลือบกันชื้น
✔ ห้องนอน / ห้องทำงาน
- ความชื้นต่ำ
- ต้องการทั้งสวยงามและเก็บเสียง
วัสดุแนะนำ: - ประตูไม้จริง
- ประตูไม้สังเคราะห์ลามิเนต
- ประตู HDF
- WPC
✔ ประตูภายนอก
- โดนแดด–ฝนโดยตรง
วัสดุแนะนำ: - ประตูอลูมิเนียมลายไม้
- ประตู UPVC เกรดภายนอก
- ประตู WPC กันชื้น–กันปลวก
2. เลือกวัสดุประตูแบบไหน “ไม่บวม ไม่ผุ ไม่เป็นรอยง่าย”?
ต่อไปนี้คือวัสดุยอดนิยม พร้อมข้อดี–ข้อควรระวังแบบสรุป
⭐ 1) ประตู UPVC (กันชื้นที่สุด)
✔ ข้อดี
- กันน้ำ 100%
- ไม่บวม ไม่ผุ ไม่เป็นรา
- น้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย
✔ ข้อควรระวัง
- ไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงกระแทกหนัก
- ลายไม้ทำได้แต่ความพรีเมียมอาจไม่เท่าไม้จริง
- เหมาะสำหรับ: ห้องน้ำ ห้องครัว พื้นที่ชื้น
⭐ 2) ประตู WPC (Wood Plastic Composite)
✔ ข้อดี
- กันปลวก
- ทนชื้น ไม่ผุ ไม่บวม
- แข็งแรงกว่า UPVC
- ทำลายไม้ได้สวย ใกล้เคียงไม้จริงมาก
✔ ข้อควรระวัง
- ราคาสูงกว่าประตู PVC
- น้ำหนักค่อนข้างมาก ต้องติดตั้งด้วยบานพับคุณภาพดี
- เหมาะสำหรับ: ห้องนอน ประตูภายนอก ประตูบ้านสไตล์โมเดิร์น
⭐ 3) ประตู HDF เคลือบลามิเนต
✔ ข้อดี
- ลายไม้สวย เรียบ หรู
- ทนรอยขีดข่วน
- ผิวลามิเนตกันความชื้นระดับหนึ่ง
- ราคาเข้าถึงง่าย
✔ ข้อควรระวัง
- ไม่เหมาะกับพื้นที่ชื้นมาก
- ด้านขอบควรซีลให้แน่นเพื่อกันน้ำ
- เหมาะสำหรับ: ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องโถง
⭐ 4) ประตูอลูมิเนียม + กระจก
✔ ข้อดี
- ไม่ผุ ไม่เป็นสนิม
- กันชื้น
- ทนแดดดี
- เข้ากับบ้านโมเดิร์นทุกแบบ
✔ ข้อควรระวัง
- กันเสียงน้อยกว่าประตูไม้
- กระจกต้องเลือกแบบนิรภัยเท่านั้น
- เหมาะสำหรับ: ห้องน้ำ ห้องครัว ประตูหลังบ้าน แบบบ้านโมเดิร์นสไตล์กระจกเยอะ
⭐ 5) ประตูไม้จริง
✔ ข้อดี
- สวยงามที่สุด ให้ความอบอุ่น
- ทำลวดลายได้หลากหลาย
- แข็งแรง ใช้งานได้นาน
✔ ข้อควรระวัง
- อาจบวม หรือผุ ถ้าโดนชื้นมาก
- ต้องบำรุงด้วยน้ำยารักษาเนื้อไม้
- ราคาสูง
- เหมาะสำหรับ: ห้องนอน ประตูภายในบ้านที่ไม่โดนแดด–ฝน
3. เทคนิคเลือกประตูให้ “บ้านดูโมเดิร์น” โดยไม่ต้องเปลี่ยนทั้งบ้าน
✔ 1) เลือกประตูโทนสีเอิร์ธโทน / สีอ่อน
โมเดิร์นยุคใหม่เน้นความเรียบ สว่าง และโปร่ง
เช่น:
- ลายไม้อ่อน
- สีเทา
- ขาว
- เบจ
✔ 2) ใช้บานเรียบไม่มีลวดลายเยอะ
ประตูโมเดิร์นจะเน้น เส้นตรง – เรียบ – มินิมอล
เช่นบานเรียบเคลือบลามิเนต หรือบานอลูมิเนียมกรอบอลัง
✔ 3) ใช้กระจกเพิ่มความโปร่ง
- ประตูบานเลื่อนกระจก
- บานเฟี้ยมกระจก
- ประตูอลูมิเนียมเส้นบางสีดำ/เทา
- ช่วยให้บ้านโมเดิร์น ขยายพื้นที่ และรับแสงธรรมชาติ
✔ 4) เลือกมือจับ (Hardware) ที่มีดีไซน์
แม้เป็นประตูธรรมดาแต่ถ้าจับคู่กับ
- มือจับดำด้าน
- มือจับสเตนเลสเส้นบาง
- ระบบบานพับซ่อน
จะเพิ่มความพรีเมียมทันที
✔ 5) เลือกประตูบานเลื่อนแทนบานเปิด
สไตล์โมเดิร์นเน้นฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอย บานเลื่อนช่วยให้บ้านดูเรียบร้อย ใช้พื้นที่น้อย
4. เช็กลิสต์ก่อนซื้อประตู — เพื่อให้ใช้งานได้ยาว 10–20 ปี
✔ วัสดุเหมาะกับห้องนั้นหรือไม่
✔ ขนาดวงกบต้องวัดให้แม่น
✔ ถ้าเป็นประตูในพื้นที่ชื้น ต้องเลือกแบบกันน้ำ
✔ สำหรับใช้งานหนัก ใช้บานพับ 3 จุด
✔ เลือกประตูที่มีการรับประกันคุณภาพ
✔ ถ้าเป็นงานโมเดิร์น เลือกบานเรียบ สีเอิร์ธโทน หรือกระจกกรอบบาง
สรุป: เลือกประตูให้ดี = บ้านสวย + ใช้งานทน + ปัญหาน้อย
การเลือกประตูที่ดีไม่ใช่ดูแค่สวย แต่ต้องดูวัสดุให้เหมาะกับพื้นที่ เช่น ห้องน้ำใช้ UPVC หรืออลูมิเนียม ส่วนห้องนอนใช้ HDF ลามิเนต หรือ WPC รวมถึงการเลือกสไตล์ให้เข้ากับบ้านโมเดิร์น เช่นโทนสีอ่อน บานเรียบ และกรอบกระจกบาง
เลือกถูกตั้งแต่แรก ช่วยประหยัดค่าซ่อม และทำให้บ้านดูสวยแบบโมเดิร์นได้ง่าย ไม่ต้องรีโนเวทใหญ่
